บทที่ 16 ความเจ็บที่ไม่มีวันจางหาย (04)
เป็นอีกหนึ่งคำถามซึ่งสร้างความสั่นคลอนแก่หญิงสาว ราวต้องลมพายุที่มีอานุภาพรุนแรงกว่าทอร์นาโดลูกโต หัวใจก็เริ่มเต้นระส่ำหวาดกลัวสุดบรรยาย เมื่อมารดาจ้องมองอย่างต้องการคำตอบ แต่ตนเองไม่อาจจะเอื้อนเอ่ย
เท้าเรียวเริ่มถอยขยับเพื่อห่างจากมารดา น้ำตาเปียกชุ่มพวงแก้ม หน้าถูกส่ายไปมาราววอนขอ แต่เพียงชั่วพริบตาแขนเรียวก็ถูกกระชากด้วยความไว
“แก…ไม่ได้ท้องใช่ไหมนังนิชา” เมื่อเห็นอาการจึงนึกเอะใจ น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยก็กร้าวดุ หวังว่าคงไม่ใช่ความจริง เพราะหากคือความจริง รับรองมารหัวขนต้องเล็ดออกมาด้วยน้ำมือของหล่อน และจะไม่มีทางให้อะไรมาขัดขวางเส้นทางความสุข
“มะ…แม่” เสียงสะอื้นขาดหายเป็นห้วงๆ เปล่งออกมาได้เพียงแค่คำเดียว ซึ่งแสนมีความหมาย
“นังนิชา…แกท้องจริงๆ ใช่ไหม” หล่อนกดเสียงต่ำเพื่อทวงถาม
“นังคนอกตัญญู” ทันทีที่เห็นหน้านวลพยักเนิบๆ ร่างพอเหมาะพอดี ไม่อ้วนไม่ผอมเกินไปก็กระโจนจ้วงเข้าไปกระชากแขนเรียวจนแดงเป็นจ้ำแล้วง้างมือขึ้นสูงเหนือศีรษะ เสี้ยวนาทีต่อมาเสียงดังเพียะก็กังวานขึ้น เป็นผลให้หน้าซีดสะบัดตามแรงตบ
“คุณ” ด้านกฤตอุทานในลำคอ ไม่คิดว่าภรรยาจะทำเยี่ยงนี้ พลันกระโดดเข้าไปคว้าภรรยาให้ออกห่างจากลูกสาว ทว่ากลับไม่ได้ผล การยื้อยุดฉุกกระชากเลยเกิดขึ้น คนเจ็บหนักสุดไม่พ้นคนโดนกระทำเช่นสาวเจ้า เนื่องจากมือหยาบเปลี่ยนจากบีบรัดต้นแขนมาเป็นจิกรั้งดึงผม
“ปล่อยฉันคุณกฤต ฉันจะฆ่านังเด็กทรยศ นัง…คนเนรคุณ” แรงกำลังไม่น้อยนิดตามวัยที่มากขึ้น อาจเป็นเพราะแรงเคียดแค้นจึงมากด้วยอานุภาพ
“หยุดนะคุณ หยุดสิ อย่าทำร้ายลูก” เขาไม่อาจทนเห็นลูกสาวเจ็บได้ จึงไม่มีทางปล่อยมือจากภรรยา แม้จะยอมตามใจในทุกเรื่อง ทว่าเรื่องนี้ขอขัดแย้ง
“เจ็บ หนูเจ็บ” หัวถึงกับสั่นและโยกตามแรงกระชาก น้ำตาไหลหลั่งเพราะเจ็บทางกาย แต่คงน้อยกว่าจิตใจ
“ปล่อยสิคุณ เดี๋ยวลูกก็แท้งกันพอดี”
“แท้งสิดี ฉันต้องการให้มันแท้ง มันโง่ มันก็รู้ดีว่า ไอ้ธีมะจะหย่ากับมันทันทีที่ได้ไอ้มารหัวขนไปดูแล และถ้ามันไม่แท้ง ฉันนี่ละจะเป็นคนพามันไปทำแท้งเอง”
ถ้อยคำที่ถูกพ่นออกมาเหมือนดั่งมีดหมอกรีดหัวใจให้ยับเยิน แถมไม่มีการผ่อนปรนน้ำหนักจากฝ่ามือ เป็นผลให้ร่างน้อยชาหนึบ เจ็บลึกร้าวระบม แต่มีปฏิกิริยาต่อต้าน นั่นคือการดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง เพื่อปกป้องสิ่งมีค่าในชีวิต ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้ยินสิ่งนี้หลุดออกมาจากปากของคนเป็นมารดา
ลำคอรู้สึกฝาดเฝื่อนตีบตัน และสิ่งที่เจ็บลึกนั้นใช่กาย แต่กลับเป็นหัวใจ ถ้อยคำของมารดาหยาบกระด้าง ทำให้เจ็บยิ่งกว่าโดนมีดจ้วงแทงให้เป็นแผล เจ็บยิ่งกว่าการโดนตบหน้าซ้ำๆ กันหลายหน เจ็บจนไร้แรงหยัดยืน ทำให้ทรุดฮวบลงกับพื้น
คนไร้สติ ใจเหี้ยมดุยังไม่หยุดการดึงรั้ง ไม่ต่างจากคนบ้า กฤตก็ร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงปร่าแปร่งเพราะสะเทือนใจ ก่อนทำในสิ่งที่หัวใจคนเป็นภรรยาชาวาบ
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังขึ้น คนเคียดแค้นหยุดชะงัก มีอาการคล้ายคนตกตะลึง
“คุณกฤต คุณตบฉัน” น้ำเสียงคล้ายไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น นิ้วซึ่งเต็มด้วยเพชรพลอยเม็ดโตยกแตะหน้าเนื่องด้วยรู้สึกชา
“คะ…คุณหญิง ผมขอโทษ” จะเรียกว่าพลั้งมือไปคงไม่ใช่ กฤตต้องการตบให้ภรรยาได้สติ หยุดการกระทำเยี่ยงสัตว์
“คุณตบฉันเพราะนังเด็กเนรคุณคนนี้เหรอคุณกฤต…คุณกล้าตบฉัน” คุณหญิงเอื้องคำน้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความสะเทือนใจ อยู่ร่วมกันมาหลายสิบปี สามีไม่เคยทำรุนแรงเช่นนี้ มีเพียงแค่ปรามดุนิดๆ หน่อยๆ ส่วนใหญ่จะโอนอ่อนยอมตามใจเสียทุกเรื่อง
“ผมขอโทษ ผมทนดูคุณทำร้ายลูกไม่ได้”
“แต่มันไม่ใช่ลูกของเรา มันเป็นแค่เด็กกำพร้าที่เรารับมาเลี้ยงดูเท่านั้น แถมมันยังเนรคุณ จะทำให้เราต้องกลับไปลำบาก” หล่อนโต้แย้งแบบฉับพลัน ไม่มีอะไรต้องทบทวน แถมนัยน์ตามีแววเจือรอยเคียดแค้น อย่างไรเสียหล่อนจะไม่มีวันยอมกลับไปลำบาก หรือต้องระเห็จออกจากคฤหาสน์หลังโตไปอยู่บ้านแคบๆ หลังเล็กแทบเท่ารูหนูแน่นอน
“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคุณ” กฤตส่ายหัวไปมา หันกลับไปมองลูกสาวแล้วสะเทือนใจ
ร่างน้อยสะอึกสะอื้นใจจะขาด พยายามหลับตาแน่นข่มความรู้สึกแต่มิอาจทำได้ คำพูดดูแคลนชิงชังและรังเกียจ ทำเอาพิษบาดแผลในใจลุกลามขยายวงกว้าง จนเป็นรูโบ๋ คงไม่มีอะไรมาสมานให้ต่อประสานได้เหมือนเช่นเดิม
“คะ…คุณแม่” เสียงครางกระท่อนกระแท่นดังขึ้นราววอนขอความรัก ความเมตตา
“ฉันไม่ใช่แม่ของแก นังเด็กกำพร้า” หล่อนเปล่งถ้อยคำหยาบกระด้างออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
“หยุด หยุดเสียทีคุณหญิง พอได้แล้ว ลูกเจ็บพอแล้ว เรากลับกันเถอะ” กฤตเข้าไปดึงรั้งภรรยาแล้วพาออกจากห้อง แต่อีกฝ่ายยังขืนตัว ไม่ยอมทำตาม พลันสะบัดตัวออกหวังเข้าไปตบตีนาฏนิชาอีกหน
“พอเถอะ! ถือว่าผมขอ ถ้าคุณยังเห็นในความรักที่ผมมีให้คุณ”
น้ำเสียงกร้าวตวาด เรียกอาการชะงักงัน นึกเกรงใจต่อสามีขึ้นมาบ้าง
“ก็ได้ แต่ฉันจะไม่มีวันรามือกับเรื่องนี้แน่ ฉันจะไม่ให้มันทำให้พวกเราต้องตกที่นั่งลำบากเพราะความโง่ของมันแน่นอน” สิ้นคำ เสียงปึงปังจากส้นเท้าก็ดังขึ้น ไม่นานก็ค่อยๆ เงียบหายไป เหลือไว้เพียงเสียงร่ำไห้
“นิชา ในเมื่อหนูตัดสินใจจะทำแบบนี้ พ่อก็อยากให้หนูดูแลตัวเองดีๆ พ่อเป็นห่วง มีอะไรผิดปกติรีบไปหาลุงหมอแล้วต้องบอกพ่อทุกเรื่องนะลูก พ่อไปก่อนนะ อย่าถือสาแม่เขาเลยนะลูก” ฝ่ามือสากลูบศีรษะทุยสองสามครั้ง จากนั้นก็เดินจากไป
